โครงการ ความต้องการบริโภคเนื้อแพะและแกะใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

โครงการ ความต้องการบริโภคเนื้อแพะและแกะใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล)

 คณะวิจัย   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญญา เฉิดโฉม
  อาจารย์กนกพร ภาชีรัตน์
  นางอุไรวรรณ อินทศร
  นายปราโมทย์ เพชรศรี

  

                

                                

 

บทคัดย่อ

          การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความต้องบริโภคเนื้อแพะและแกะของผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลาง (รายได้ 10,000-30,000 บาทต่อเดือน) ตลอดจนพฤติกรรมการบริโภค ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภค และปัญหา อุปสรรคในการบริโภคเนื้อแพะและแกะของผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลางใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และสตูล) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ จำนวน 570 ราย ใช้แบบสอบถามเชิงโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาและเชิงปริมาณ
          ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความต้องการบริโภคเนื้อแพะ ร้อยละ 63.33 รองลงมาบริโภคทั้งเนื้อแพะและแกะ ร้อยละ 34.39 และบริโภคเนื้อแกะอย่างเดียว ร้อยละ 2.28 ส่วนใหญ่นิยมบริโภคเนื้อแพะและแกะแบบเป็นตัวมีชีวิต โดยนิยมเลือกซื้อแพะและแกะ เพศผู้ พันธุ์พื้นเมือง อายุระหว่าง 2-3 ปี มีน้ำหนักเฉลี่ย 20-25.9 กิโลกรัมต่อตัว ชำแหละโดยคนมุสลิม เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นหลัก มีความถี่ในการบริโภคเนื้อแพะเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อปี และบริโภคเนื้อแกะเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี โดยนิยมซื้อจากฟาร์มท้องถิ่นมากที่สุด สำหรับปัจจัยทางการตลาดพบว่าปัจจัยด้านสถานที่จำหน่ายและด้านราคา มีผลต่อการเลือกบริโภคเนื้อแพะและแกะในระดับมาก สำหรับการประมาณการในการบริโภคเนื้อแพะและแกะ พบว่า กลุ่มบริโภคมีแนวโน้มการบริโภคเนื้อแพะและแกะเพิ่มขึ้น 1.52 เท่า และ 2.03 เท่า ตามลำดับ สำหรับปัญหา อุปสรรคในการบริโภค พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านแหล่งจำหน่ายมีน้อย ไม่ทั่วถึง และเปิดขายเพียงบางวัน หรือช่วงเทศกาลเท่านั้น รองลงมาคือ ปัญหาด้านราคาเนื้อแพะและแกะที่ค่อนข้างสูงเชิงเปรียบเทียบกับราคาเนื้อสัตว์ประเภทอื่น (เนื้อโค) ปัญหาด้านผลิตภัณฑ์เนื้อแพะและแกะไม่มีความหลากหลาย ในขณะที่ผู้บริโภคเนื้อแพะยังประสบปัญหาเนื้อแพะที่ค่อนข้างเหนียว ไม่นิ่ม อีกด้วย และปัญหาด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูลทางโภชนาการเกี่ยวกับเนื้อแพะและเนื้อแกะยังมีน้อย

Abstract

          The research aims to study lamb and goat meat demand of middle-incomes consumers (10,000-30,000 baht per month), consumer' behavior, factor effecting the consumption, problems and threats on lamb and goat meat consumption of middle-income consumers in 5 southernmost provinces (Yala, Narathiwas, Pattani, Songkhla and Satun). The data was collected from 570 consumers through the sturctured questionaire by the accidental sampling. The data wsa analyzed by the descriptive and quantitative techniques.
          The results reveal that 63.33% of the consumers want to consume goat meat, and 34.39% of them consume both lamp and goat meat. The consumers, 2.28%, consume only lamb. The majority like consuming the whole goat and sheep as live. The consumers normally require male and native breeds, which are 2-3 years old. The average weight is 20-25.9 kilogrames each. The dissection is requested to be carried out by Thai-Muslims in order to support the religious ceremonies. The frequency of goat meat consumption is 2-3 times annually while the frequency of lamp consumption is once annually. The consumers like to buy goat and sheep from local farms.
         
 The marketing factors are described as details. The place and price factors affect the consupmtion decision in the high level. The consumption forecast shows that the consumers' trend on lamb and goat meat consumption increases 1.52 and 2.03 times respectively. Problems and threats are detailed as following. Most of the consumers face the difficuties, which are few distribution places. In addition, the places are not daily operated or operated only during festivals. The next problem is the price of lamb and goat meat is high when comparing with the other kind of meat (beef). Lamb and goat meat products are not diversified. The consumers still face the meat quality problem, which is tough and mot tender. Finally, the advertisements and public relations regarding the nutrition of lamb and goat meat are limited.