สาระฮาลาล

VIDEO

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรอง มผช.

clip_43

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรอง

คุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน

1. ขอบข่าย

1.1 เอกสารนี้กำหนดนิยาม คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ การรับรอง การตรวจติดตามผล การยกเลิกการรับรอง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน

 

2. นิยาม

ความหมายของคำที่ใช้ในเอกสารนี้ มีดังต่อไปนี้

2.1 การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน หมายถึง การให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนของผู้ผลิตในชุมชนที่เกิดการรวมกลุ่มกันประกอบกิจกรรมหนึ่งทั้งที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการหรือที่ไม่มีการจดทะเบียนเป็นการรวมกลุ่มเองโดยธรรมชาติ หรือชุมชนในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากจังหวัด และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ประกาศกำหนดไว้แล้ว

2.2 ผู้ยื่นคำขอ หมายถึง ผู้ผลิตที่อยู่ในชุมชน และ/หรือจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.)

2.3 ผู้ได้รับการรับรอง หมายถึง ผู้ยื่นคำขอที่ผ่านการตรวจประเมินแล้ว และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

 

3. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

3.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติในข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้

     3.1.1 เป็นผู้ผลิตในชุมชนและ/หรือจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.)

     3.1.2 เป็นกลุ่มหรือสมาชิกของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ หรือกลุ่มอื่น ๆ ตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มอาชีพก้าวหน้า กลุ่มธรรมชาติ เป็นต้น

 

4. การรับรอง 

4.1 การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน ประกอบด้วยการดำเนินการดังนี้

     4.1.1 ตรวจสอบสถานที่ผลิตและเก็บตัวอย่างจากสถานที่ผลิตส่งตรวจสอบ เพื่อพิจารณาออกใบรับรอง

     4.1.2 ตรวจติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการรับรอง โดยสุ่มซื้อตัวอย่างที่ได้รับการรับรองจากสถานที่จำหน่ายหรือสถานที่ผลิตเพื่อตรวจสอบ

4.2 การขอรับรอง ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค พร้อมหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนด

4.3 เมื่อได้รับคำขอตามข้อ 4.2 แล้ว สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค จะนัดหมายการตรวจสถานที่ผลิต เก็บตัวอย่างส่งทดสอบ หรือทดสอบ ณ สถานที่ผลิต

4.4 ประเมินผลการตรวจสอบ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้กำหนดไว้หรือไม่

4.5 ใบรับรองผลิตภัณฑ์ มีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ระบุในใบรับรอง

4.6 การขอต่ออายุใบรับรองหรือการออกใบรับรองฉบับใหม่ เมื่อใบรับรองฉบับเก่าสิ้นอายุ ให้ดำเนินการตามข้อ 4.2 ถึง 4.4

4.7 กรณีที่มีการย้ายสถานที่ผลิต หากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องดื่ม และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารซึ่งกำหนดให้ตรวจสุขลักษณะ ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ผลิต เก็บตัวอย่างส่งทดสอบ และประเมินผลการตรวจสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ และหากเป็นผลิตภัณฑ์ผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ผลิต โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างส่งทดสอบ

4.8 คำขอที่อยู่ระหว่างการพิจารณา กรณีที่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนใหม่ มีผลบังคับใช้ให้ประเมินผลกาตรวจสอบตามมาตรบานผลิตภัณฑ์ชุมชนใหม่ กรณีที่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ใหม่มีเกณฑ์หรือข้อกำหนดเพิ่มเติม หรือการแก้ไขข้อกำหนดที่มีผลกระทบกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ให้ทำการเก็บตัวอย่าง เพื่อตรวจประเมินตามรายการต่าง ๆ ตามเกณฑ์ หรือข้อกำหนดที่เพิ่มเติมนั้น

 

5. เงื่อนไขและการตรวจติดตาม 

5.1 ผู้ได้รับการรับรองต้องรักษา ไว้ซึ่งคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่กำหนดไว้ ตลอดระยะเวลาที่ไดรับการรับรอง

5.2 การประเมินผลการตรวจสอบตัวอย่างที่สุ่มซื้อ เพื่อตรวจติดตามผลต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่กำหนด

5.3 การตรวจติดตามผลทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

6. การยกเลิกการรับรอง

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จะยกเลิกใบรับรอง กรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

6.1 ผลิตภัณฑ์ที่ผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน 2 ครั้งติดต่อกัน

6.2 ผู้ได้รับการรับรองขอยกเลิกใบรับรอง

6.3 มีการประกาศแก้ไขหรือยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้กำหนดไว้ตามมาตรฐานเดิม ให้ใช้ใบรับรองเดิมต่อไปตามมาตรฐานเดิมภายในระยะเวลา 1 ปี กรณีที่มีผู้ได้รับการรับรองนับตั้งแต่วันที่มาตรฐานใหม่มีผลบังคับใช้

6.4 เมื่อใบรับรองครบอายุ 3 ปี นับจากวันที่ได้รับการรับรอง

6.5 กรณีมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนด เช่น การอวดอ้างเกินความเป็นจริง โฆษณาการได้รับการรับรองครอบคลุมรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรอง

 

7. อื่น ๆ

7.1 ในกรณีที่ยกเลิกใบรับรอง ผู้ได้รับการรับรองต้องยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการรับรองทั้งหมด

7.2 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไม่รับผิดชอบในการกระทำใด ๆ ของผู้ได้รับการรับรองที่ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต หรือไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

 

ความเข้าใจและการปรับตัวในสถานการณ์ของโรคระบาดในมุมมองที่ถูกต้องของอิสลาม

93772125 3679061392165708 9042093050817413120 o

บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ ...
“ความเข้าใจและการปรับตัวในสถานการณ์ของโรคระบาดในมุมมองที่ถูกต้องของอิสลาม”

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัสมัน แตอาลี
ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้สนใจทุกท่าน เข้าร่วมรับฟัง ผ่านช่องทางเพจ : สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ Halal Institute - PSU

#สถาบันฮาลาล #มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

{youtube}vXPBJjwhDdg{/youtube}

ท่องเที่ยวฮาลาลบูม หนุ่มสาวมุสลิมรุ่นใหม่นิยมท่องเที่ยว คาดรายได้ทะลุ 3,000 ล้านดอลล่าร์


มีงานวิจัยค้นพบว่า ในอนาคตอันใกล้นี้หนุ่มสาวมุสลิมมีแนวโน้มจะจับจ่ายเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า และอาจส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวฮาลาลเพิ่มมูลค่ามากขึ้นถึง 3,000 ล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว 


ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาวงการท่องเที่ยวแบบฮาลาลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ดังที่เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของห้องละหมาดและอาหารฮาลาลที่หาได้ง่ายยิ่งขึ้นตามสถานที่ต่างๆ เช่นสนามบิน ร้านอาหาร และโรงแรม 


Fazal Bahardeen CEO แห่งบริษัทท่องเที่ยว HalalTrip ได้ศึกษาแนวโน้มการท่องเที่ยวในกลุ่มชาวมุสลิมร่วมกับบริษัทบัตรเครดิต Mastercard พบว่า โดยทั่วไปแล้วชาวมุสลิมส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวกันแบบครอบครัวใหญ่ราวปีละครั้ง ในขณะที่หนุ่มสาวมุสลิมรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20 - 36 ปีนิยมท่องเที่ยวหลายครั้งในแต่ละปี และเลือกที่จะจับจ่ายใช้สอยเพื่อจุดหมายปลายทางที่แปลกใหม่และท้าทายมากยิ่งขึ้น ซึ่งต่างจากรสนิยมรุ่นพ่อรุ่นแม่ในยุคสมัยก่อน และแม้ว่าจำนวนการจับจ่ายในแต่ละทริปอาจไม่มากเท่านักท่องเที่ยวรุ่นเก่า แต่ด้วยความถี่ในการท่องเที่ยวแต่ละปีที่เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้รายจ่ายโดยรวมด้านการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นเป็นผลตามมา 

นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่า ภายใน 5 - 10 ปีข้างหน้านี้มุสลิมส่วนใหญ่จะมีวงจรชีวิตในรูปแบบทำงานใช้เงินและท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิม โดยอัตราการจับจ่ายใช้สอยเพื่อท่องเที่ยวของชาวมุสลิมรุ่นใหม่ในปี 2016 ที่ผ่านมาคิดเป็น 550 ล้านดอลล่าร์ และคาดว่าน่าจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านดอลล่าร์ภายในปี 2025 ในขณะที่จำนวนการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการท่องเที่ยวโดยรวมของชาวมุสลิมอยู่ที่ 1,560 ล้านดอลล่าร์ และคาดว่าภายในปี 2026 น่าจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 3,000 ล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว 

งานวิจัยยังระบุอีกว่า แนวโน้มการเพิ่มตัวของนักท่องเที่ยวมุสลิมหนุ่มสาวรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมาจากอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุด ในขณะที่นักท่องเที่ยวมุสลิมจากประเทศอียิปต์และคาซัคสถานก็ปรากฏว่ามีความถี่ในการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยประเทศซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และตุรกียังคงเป็นประเทศปลายทางยอดนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมรุ่นใหม่จากกลุ่มประเทศอิสลามทั่วโลก

ที่มา : https://www.salaamgateway.com/
ขอบคุณ : Halal Life Magazine

รายการทางนำชีวิตอิสลาม ชุด ยินดีที่รู้จัก ตอน ฮาลาล - ฮารอม

halal harom thaipbs

เมื่อฮาลาลเป็นดั่งมาตรฐานที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า อาหารฮาลาลจึงไม่ได้มีประโยชน์แค่เพียงเฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ฮาลาลยังเป็นมาตรฐานที่ให้ประโยชน์และคุ้มครองชีวิตมนุษยชาติทั้งหลายอีกด้วย

มาร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจ ได้ใน รายการทางนำชีวิตอิสลาม ชุด ยินดีที่รู้จัก ตอน ฮาลาล - ฮาลาล

#ทางนำชีวิต #ยินดีที่รู้จัก #ขอบคุณทีมงาน #halal_life

{youtube}FgbaBMMd818{/youtube}

จับโอกาสยักษ์ประชากร บุกฮาลาล-โครงสร้างพื้นฐาน

หากกล่าวถึงอินโดนีเซีย ความโดดเด่นอันดับแรกที่หลายคนนึกถึงย่อมเป็นเรื่องจำนวนประชากร เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรมากกว่า 250 ล้านคน มากที่สุดในบรรดา 10 ประเทศอาเซียน

จำนวนประชากรที่มากกว่าใครเพื่อน ยังหมายถึง อินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ใหญ่ระดับที่เข้าไปทำการค้าเพื่อเจาะตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเข้าไปลงทุนเพื่อเป็นฐานการส่งออก ก็ยังน่าสนใจ

วิลาสินี โนนศรีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ถึงกับเคยระบุว่า การเจาะตลาดกลางบนในอินโดนีเซียเพียงกลุ่มเดียวก็ถือว่าน่าสนใจแล้ว แม้ประชากรกลุ่ม
ดังกล่าวจะมีเพียงราว 10% แต่พอคิดเป็นจำนวนออกมาก็ยังมากถึง 25 ล้านคน อีกทั้งกลุ่มดังกล่าวยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงด้วย โดยสินค้าที่ควรส่งเข้าไปเจาะตลาดคือสินค้าฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหารหรือสินค้าแฟชั่น

โดยเฉพาะสินค้าอาหารนั้น ยังมีแนวโน้มและโอกาสใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง อาลี โพเทีย รองผู้อำนวยการ แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี สิงคโปร์ กล่าวในงานสัมมนา ASEAN Business Forum 2015 ว่า ในปี 2562 การค้าผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดของอินโดนีเซียจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีมูลค่าการค้าคิดเป็น 21% ของมูลค่าธุรกิจค้าปลีกอินโดนีเซีย สะท้อนว่าหากผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงช่องทางโมเดิร์นเทรดในอินโดนีเซียได้ ก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจของตัวเองเติบโตได้ดีในอนาคต

ขณะที่โอกาสการลงทุนนั้น ด้วยศักยภาพพื้นฐานที่โดดเด่น ทำให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ของไทย จัดให้อินโดนีเซียเป็น 1 ใน 5 ประเทศกลุ่มแรก ที่บีโอไอส่งเสริมการลงทุนด้วย ผู้ประกอบการไทยจึงจะได้รับการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลข่าวสาร กฎหมาย สภาพตลาด ประสบการณ์ธุรกิจ มีโอกาสมากขึ้นในอินโดนีเซีย

สำหรับ 5 เมืองหลักที่น่าเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย ได้แก่ จาการ์ตา บาหลี เมดาน สุราบายา และมากัสซาร์ เพราะทั้งหมดล้วนเป็นเมืองขนาดใหญ่ บางเมืองยังเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกด้วย

ข้อมูลจาก ASEAN Investment Report 2015 จัดทำโดยสำนักงานเลขาธิการอาเซียนและการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ระบุว่า แนวโน้มของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่น่าจับตาเรื่องหนึ่งคือ การเคลื่อนย้ายของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labour Intensive Industries) หันมาขยายฐานการผลิตสู่ประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงต่ำอย่างประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงอินโดนีเซีย

เรื่องดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นในไทยเอง ก็มีโอกาสย้ายฐานการผลิตเพื่อไปหาต้นทุนค่าแรงที่ต่ำลงในอินโดนีเซียได้เช่นเดียวกัน

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ถือเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพการเติบโต ข้อมูลของสมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียน ระบุว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2558 อินโดนีเซียมียอดการผลิตรถยนต์ 9.4 แสนคัน เทียบกับอาเซียนแล้วเป็นรองประเทศไทยเพียงประเทศเดียวเท่านั้น ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในช่วงดังกล่าวสูงถึง 8.53 แสนคัน สูงที่สุดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยที่ต้องการจะเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย จำเป็นต้องมีเครือข่ายหรือเป็นผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย หากไม่ได้เป็นห่วงโซ่อุปทานกันดั้งเดิมจะลดโอกาสในการเข้าไปลงทุน

นอกจากนี้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของอินโดนีเซียประกอบด้วยเกาะนับพันเกาะ ต้นทุนโลจิสติกส์มีสัดส่วนสูงถึง 30% การคมนาคมขนส่งในประเทศทั้งทางบกและทางน้ำยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติม ASEAN Investment Report 2015 จึงประเมินว่า อินโดนีเซียยังต้องการเร่งพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อให้จีดีพีของตัวเองเติบโตในอัตราที่สูงขึ้นจากปีละประมาณ 6% ในปัจจุบัน กลายเป็น 7-9% ในอนาคต

นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งด้านคมนาคม โทรคมนาคม พลังงาน ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในอินโดนีเซีย

ด้านพลังงานยังถือเป็นด้านที่มีโอกาสมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากอินโดนีเซียจะเป็นแหล่งปลูกพืชพลังงานแล้ว อินโดนีเซียยังต้องการการพัฒนาพลังงานทดแทนเพิ่มเติมด้วย เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่มีการสนับสนุนการลงทุนจากรัฐบาลอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ นักธุรกิจหลายรายให้ความเห็นตรงกันว่า การจะเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียนั้น ควรจะมีพันธมิตรท้องถิ่น เนื่องจากพันธมิตรท้องถิ่นจะช่วยแก้ปัญหาทั้งเรื่องกฎหมาย การขอใบอนุญาตต่างๆ การสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์

ปัจจุบันอินโดนีเซียยังไม่ได้เป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) แต่ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนออกมาแล้วว่าต้องการเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพี หากอินโดนีเซียได้ร่วมเป็นสมาชิกจริง อาจทำให้ผู้ที่เข้าไปลงทุนได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มทีพีพีด้วย


 โดย : ตะวัน หวังเจริญวงศ์...
ที่มา : http://www.posttoday.com

นักธุรกิจรุ่นใหม่ "นักธุรกิจฮาลาล" อีกหนึ่งประตูโอกาสของเออีซี

ในโลกยุคปัจจุบัน การเรียนจบออกมาเป็น "มนุษย์เงินเดือน" ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจนักอีกต่อไป แต่สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องถึงกับเป็นแนว "อินดี้" ก็เป็นที่รู้ๆ กันดีว่าแต่ละคนล้วนมีฝันในการสร้าง "ธุรกิจ" หรือ "กิจการ" ที่เป็นของตัวเอง 

kumajdin

          พูดง่ายๆ คือการมี "แบรนด์" เป็นของตัวเอง ทำให้ตัวเองและความไอเดียของตน "มีตัวตน" ในโลกธุรกิจอันไพศาล ไม่ใช่การเป็นน็อตตัวเล็กๆ ในเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรมเหมือนเหล่ามนุษย์เงินเดือน...สิ้นเดือนแทบสิ้นใจทั้งหลาย

          แต่การประกอบธุรกิจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีความพิเศษกว่าพื้นที่อื่นๆ อยู่นิดหน่อย นั่นก็คือการให้น้ำหนักไปที่ "สินค้าฮาลาล" เพราะดินแดนแห่งนี้มีพี่น้องมุสลิมเป็นสัดส่วนประชากรมากกว่า 80%

          แม้การ "เก็ตไอเดีย" เกี่ยวกับธุรกิจสินค้าฮาลาลจะไม่ใช่เรื่องง่ายในเมืองไทย แต่ก็คงไม่ยากเกินไปหากเรามองในแง่ของการเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่รับผิดชอบต่อสังคม

          ดร.กูมัจดี ยามีรูเด็ง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งมีโครงการเกี่ยวกับการพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ชายแดนใต้ เล่าให้ฟังว่า อยากให้สังคมเข้าใจว่าการอยากเป็นนักธุรกิจนั้น ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ แต่จต้องมีการสร้างเบ้าหลอม จึงอยากแชร์ประสบการณ์จากที่ไปดูงานในหลายๆประเทศเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้นำไปพินิจพิจารณา

          ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อย่างที่ทราบเราคือเปรียบเสมือนเป็น "ประตูของอาเซียน" และเป็นประตูของ"สินค้าฮาลาล"

          "ผมไม่อยากให้มองในแง่มูลค่ามากนัก แต่อยากให้มองคุณค่าให้มาก เพราะสังคมทุกวันนี้มองแต่มูลค่าถ้าเรามองที่คุณค่าก่อน อะไรๆ ก็จะเป็นมูลค่าในอนาคตไปเอง" ดร.กูมัจดี ให้แง่คิด

          ส่วนการพัฒนาศักยภาพนั้น นักวิชาการผู้นี้ มองว่า มีปัจจัยสำคัญอยู่ 2 อย่าง คือ 1.การเป็นผู้ประกอบการ และ 2.ศักยภาพของสินค้าและบริการ

          "การจะเป็นนักธุรกิจได้ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดต้องดูปัจจัยภายในของคนคนนั้นว่าอยากเป็นมากขนาดไหน มีความสนใจขนาดไหน เพราะถ้าเป็นคนไม่สนใจ ต่อให้ปั้นอย่างไรก็คงไม่เกิด ส่วนศักยภาพของสินค้า เราต้องดูว่าสามารถเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ นต่อให้นักธุรกิจเก่งเพียงใด ก็ไม่สามารถทำตลาดไปได้"

          สำหรับการพัฒนาศักยภาพสู่นักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่เป็น "นักธุรกิจฮาลาล" ดร.กูมัจดี บอกว่า ไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดมุสลิมอย่างเดียว แต่ต้องมองทุกศาสนา และต้องเข้าใจว่าธุรกิจฮาลาลนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจอาหารอย่างเดียว แต่มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริการ และอื่นๆ

          "ในประเด็นของฮาลาลนั้น เราไม่ได้แยกว่าสินค้าฮาลาลจะต้องเป็นของคนไทยพุทธหรือของคนมุสลิม แต่เราอยากทำให้เห็นถึงการพัฒนา เพราะมันจะมีการรับรองมาตรฐานอยู่แล้ว คุณจะผ่านฮาลาลได้คุณก็ต้องผ่านสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยก่อน วันนี้องค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว รวมไปถึงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและโอท็อปฮาลาลด้วย"

          "สิ่งที่เห็นและจะต้องรีบทำ นั่นก็คือการยกระดับโอท็อป หรือวิสาหกิจชุมชน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก เพราะตัวเลขที่ผมมีนั้น อยู่ในระดับ 3,000 วิสาหกิจ อันนี้คือวิสาหกิจชุมชน ส่วนโอท็อปไม่ต่ำว่า 1,000 ซึ่งเราต้องยกระดับให้เป็นเอสเอ็มอี (วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม) ให้ได้ เพราะถ้าอยู่ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนหรือโอท็อป มันก็จะอยู่ในวังวนของการช่วยเหลือ มันก็ไม่สามารถบินเองได้สักที"

          "ผมคิดว่าท้ายที่สุด การใช้องค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะธุรกิจเดี๋ยวนี้มีเป็นจำนวนมาก แต่ธุรกิจจะยั่งยืนอยู่ได้ อยู่ที่การใช้องค์ความรู้ ไม่ใช่อยู่ที่การทำตามๆ กัน แต่มันต้องใช้องค์ความรู้ในมหาวิทยาลัย เพราะหลายๆ ประเทศ การเติบโตของธุรกิจต้องมีฐานขององค์ความรู้ในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวิจัย และรวมไปถึงเรื่องการทำอาหาร มันจะต้องมีมาตรฐานและการดูแลรักษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่ามีประเด็นปลีกย่อยอีกเป็นจำนวนมาก"

          "ผมอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาร่วมมือ และไม่อยากให้แยกว่าคนนี้เป็นพุทธหรือมุสลิม แต่อยากให้เกิดรูปธรรมและสร้างความเชื่อถือให้ได้ นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า และมันจะกลับไปสู่คุณค่าของตัวนักธุรกิจและสินค้านั้นๆ เอง" เขากล่าวทิ้งท้าย

ฮาลาลคืออะไร?

          ในเว็บไซต์ของสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คอลัมน์"ห้องเรียนฮาลาล" ระบุตอนหนึ่งว่า ฮาลาลเป็นคำภาษาอาหรับ มีความหมายทั่วไปว่า "อนุมัติ" เมื่อนำมาใช้ในทางศาสนา จะมีความหมายว่า สิ่งที่ศาสนาอนุมัติ เช่น อนุมัติให้กิน อนุมัติให้ดื่ม อนุมัติให้ทำ อนุมัติให้ใช้สอย เป็นต้น

          "ฮาลาล" เป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกับคำว่า "ฮารอม" ที่มีความหมายทั่วไปว่า "ห้าม" และเมื่อนำมาใช้ในทางศาสนาจะมีความหมายว่า สิ่งที่ศาสนาห้าม

          จากความหมายดังกล่าว ฮาลาลจึงไม่ใช่แค่เพียงอาหาร แต่หมายถึงสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการ วันนี้เราจึงได้ยินคำว่า โรงแรมฮาลาล โรงพยาบาลฮาลาล หรือแม้แต่ภาพยนตร์ฮาลาล นั่นหมายความว่าธุรกิจฮาลาลกว้างไกลมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจอาหารดังที่บางคนเข้าใจ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยายภาพ : ดร.กูมัจดี ยามีรูเด็

ที่มา http://www.isranews.org/

สถาบันฮาลาล
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Email :halinst.psu@gmail.com 


สำนักงานหาดใหญ่
สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

15 ถ.กาญจนวนิช อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
 0-7428-9292 
Get Map


สำนักงานปัตตานี
อาคาร 67 อาคารฝึกอบรมสถาบันฮาลาล
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000

073-333223 (ภายใน1963)
Get Map